search google

posted on 20 Feb 2016 11:33 by wundee in Google

การกรองข้อมูล

การใช้ + (ใช้เมื่อจะหาคำอื่นรวมอยู่ด้วย) กับ - (ใช้เมื่อไม่อยากให้มีคำนั้นอยู่ด้วย) ก็ช่วยกรองได้เช่นกันค่ะ

Ex. animal -ant

     animal +ant

 

คำเฉพาะ เช่น ชื่อคน อยากให้มีแค่ชื่อและนามสกุลแค่คนนั้นขึ้นมาหรือ ชื่อหนังเรื่องสือนั้นขึ้นให้ใส่ "...." ครอบไว้

Ex. "Madame Bovary"

 

search เฉพาะนามสกุล file นั้นๆ

Ex.  เจ้าชายน้อย filetype:pdf

 

search จะหาข้อมูลเฉพาะ บน web site ไหน

Ex. pl/sql site:stackoverflow.com

 

 

อาการซุ่มซ่ามที่หลายๆคนเป็นเคยคิดไหมคะ ว่าเป็นเพราะเราไม่ระมัดระวังหรือ จริงๆแล้วเรากำลังเป็นโรคสายตาอยู่คะ
 
อาการเริ่มต้น คือการที่เรากะระยะสิ่งของที่วางอยู่ไม่ได้ บางครั้งเลยเดินชน บางครั้งรีบร้อน เลยชนเอาโดยเฉพาะสิ่งของที่ว่างอยู่นอกสยตาคืออยู่ในจุดบอด บางคนไวต่อการขยับการเคลื่อนไหวของสิ่งของ แต่คนที่เป็นโรคสายตาจะมองเห็นช้า 
 
สาเหตุหนึ่งคือ ลานสายตาแคบลง แต่เราสรุปไม่ได้ว่าเกิดจากสาเหตุเดียว อาจเป็นเพราะเคยได้รับการกระทบกระเทือนก่อนหน้านี้หรืออาจเกิดจากปลายประสาทที่รับรู้เรื่องการมองเห็นบกพร่อง อันนี้วิธีการแก้ไข ต้องขึ้นอยู่กับการรุนแรงของอาการ ถ้าแค่เดินชนโน่นนี่ ให้ลองทำอะไรช้าลงและฝึกการใช้ประสาทให้ไวขึ้นอย่างเช่น ถ่ายภาพบำบัด คือลองออกไปมองโลกในมุมที่กว้างขึ้นเก็บรายละเอียด ไว้ในภาพถ่าย ทั้งช่วยผ่อนคลายและ บำบัดสายตาอีกด้วย แต่อย่าใช้สายตาเพร็งมากจนเกินไป
 
ฉันเป็นอีกคนนึงที่ ซุ่มซ่าม ค่ะ แรกเริ่มที่เรารับรู้อาการได้ เพราะมีหลายคนบอกว่า เราประสาทช้าไปประมาณ 3 วินาที คือบางทีถามแล้วตอบช้า เจอไฟแดงแล้วไม่ชะลอรถ หรือแม้แต่ ชอบเดินชนโน่นนี่ เดิมนึกแค่ว่าเราไม่ได้สังเกตุ ไม่มีสติ และไม่ระมัดระวัง แต่อีกอย่างที่สำคัญกว่านั้น และควรทำความเข้าใจ คือเราต้องเข้าใจตัวเองก่อนว่า เราเป็นอะไร หาสาเหตุ ตามหลักอริยะสัจ 4 คือ
1. เรารู้ว่าเราประสาทช้า ไม่ว่าจะประสาทส่วนไหนก็ตามคือทำอะไร ช้ากว่าคนโดยปกติ บางทีมีอาการเหม่อลอย ตอบคำถามช้า ทำข้อสอบช้า ทานข้าวช้า หรือแม้แต่หลงลืม เรื่องราวต่างๆ ได้ง่ายได้ แต่อย่าเพิ่งกังวลค่ะ ทุกอย่างล้วนพัฒนาให้ดีขึ้นได้แน่นอน ค่ะ 
2. เรารู้สาเหตุ จะรู้ได้ต่อเมื่อเราสังเกต และมั่นตรวจสอบ หรือวิธีที่ง่ายกว่านั้นคือ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเรื่องโรคประสาท และสายตาค่ะ
3. เราจะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ เหมือนคนทั่วไป (บางคนอาจรู้สึกไม่กระทบอะไรกับการใช้ชีวิตเท่าไร ถ้าคุณรู้สึกว่ามีความสุขดีไม่ต้องแก้ไขก็ได้ค่ะ)
4. วิธีแก้ไข บางคนที่ปรึกษาแพทย์แล้วได้ยามาทานเพื่อบำรุงประสาท บางคนก็ใช้วิธีเล่นเกมส์ฝึกสมอง บางคนก็ใช้วิธีฝึกฝนการใช้ประสาทสัมผัสเช่น พิมพ์ดีด แต่ทุกอย่างล้วนแล้วต้องคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย เพราะนอกจากจะรักษาไม่หายแล้วอาจจะทำให้เป็นหนักกว่าเดิม วิธีการไม่ต้องเร่งรีบต้องใช้ระยะเวลาและ ความอดทน ความเข้าใจจากคนรอบข้างด้วย ถ้าคนที่พบว่า มีเพื่อน ญาติ หรือคนที่เป็นคล้ายๆกันแบบนี้ ควรเข้าใจเค้ามากขึ้น อย่าตำหนิ และช่วยเค้าบำบัด ไปด้วยกัน
 
กำลังใจจากคนรอบข้าสำคัญมากนะค่ะ และใช้ธรรมชาติบำบัด สำหรับเราแล้วคิดว่าดีที่สุดค่ะ คือพาออกไปสู่โลกกว้างใหญ่ และให้เค้าค่อยๆจดจำ หรือให้เค้าพกสมุดจดรายละเอียด สิ่งที่เห็น ทำกิจกรรม หรือ ถ่ายภาพ บรรยายสถานที่ ที่ไปด้วยกัน สร้างความทรงจำดีๆ และมั่นทบทวน ^_^ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับสิ่งที่เป็นและพัฒนาตนให้เจริญ ยิ่งๆขึ้นไปนะค่ะ

ทำไงดี...จนหนทาง...

posted on 01 Jul 2013 21:01 by wundee
เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2556 เวลาประมาณ 17-18 น. ได้เกิดอุบัติเหตุที่แยกไฟแดง โดยที่ เราไม่ได้ตั้งใจให้เกิด เราขับฝ่าสัญญาณไฟไปชนรถมอเตอร์ไซต์รับจ้างที่มีพยาบาลซ้อนท้าย เราตกใจมากทำอะไรไม่ถูกได้แต่ร้องไห้ เพราะนี่เป็นการเริ่มขับรถ รถมือสองยังผ่อนอยู่ ไม่มีประกัน ไม่มีใบขับขี่ เพิ่งหัดขับได้ไม่นาน เพราะต้องรีบใช้รถ นั้นเป็นเหตุผลที่ที่แย่มาก และเป็นบทเรียนที่สำคัญทุกสุดตั้งแต่ที่เคยเจอมา
 
โชคยังดีที่คนบาดเจ็บไม่เป็นอะไรมากถึงขนาดแขนขาหักและค่ารักษาอยู่ใน พรบ.แต่นั้นถือว่าสวรรค์ปราณีกับคนอย่างฉันมากแล้ว ขอขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย วันนั้นเราได้แต่เฝ้าภาวนาให้พวกเค้าหายดีอยู่จนดึกอยากรู้ผลแต่ก็ไม่ได้ดู วันรุ่งขึ้นเราก็ไปดูอาการอีก เยี่ยมผู้ป่วยเค้ารู้สึกตัวตลอด โชคดีที่คนขี่รถมอเตอร์ไซต์ใจดี พี่สาวเค้าก็ใจดีมาก เราบอกได้เลยว่าเราทำได้ดีแค่พยายามจะดูแลเค้ามาเยี่ยม เอานมผลไม้มาให้ เราบอกเค้าว่าเราจะซ่อมรถเค้าให้เป็นอย่างดี เค้ารักษาตัวอยู่ 1 คืน 2 วัน ส่วนพยาบาลที่เป็นคนซ้อนวันแรกอยู่ห้องที่ ตรวจสมอง เพื่อรอดูอาการ วันต่อมาก็พักที่ห้องพิเศษอีก 1 คืนเราได้ไปเยี่ยมและเอานมผลไม้ไปฝากคืนวันที่ 2 ที่เค้านอนที่โรงพยาบาล 26 มิ.ย. ตอนประมาณ3ทุ่มเรามาเยี่ยมเค้าหลังเลิกงาน โดยมาเจอกับแฟนที่ รพ. เอกชนที่พยาบาลคนนั้นทำงานอยู่ เรานึกว่าเราจะได้ยินข่าวดีไม่ทันได้เตรียมใจรับเรื่องหลายเรื่อง ที่กำลังจะเกิดขึ้น
 
นั้นคือพอเข้าไปเยี่ยม ก็มีญาติเค้ามาจากต่างจังหวัด เต็มห้อง เราเองก็ได้แต่ยกมือไว้ เค้ามีลูกเล็กๆหนึ่งคนเค้าลงมานั่งที่พื้นเล่นกะลูกอยู่ดูแข็งแรงดี เราดีใจแว๊บแรกเราอยากขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้เค้าหายเจ็บหายป่วยเร็วขนาดนี้ เราเลยบอกเค้าว่าเรามาเยี่ยมถามว่าอาการโน้นนี่ แต่สุดท้าย เค้าก็บอกว่าจะจ่ายให้เค้าเท่าไร เพราะเค้าต้องหยุดงานหนึ่งเดือน เค้าต้องเสียโฉม (มีรอยช้ำที่เปลือกตา และจมูกหมอบอกว่าเคลื่อนต้องไปงั๊ดขึ้น) ค่าความเจ็บปวด ค่าเสียเวลา เสียความรู้สึก และอะไรอีกมากมาย
 
เราก็เลยถามว่าพี่เรียกเท่าไรค่ะ
เค้าบอกว่า แสนนึง เราก็อึ้งเลย เพราะแสนนึงมันมากมาย เราไม่มีปัญญาผ่อนเค้าด้วยซ้ำเพราะเราเพิ่งย้ายงานกู้ใครเค้าก็ไม่ได้ให้เราทำไงเราบอกว่าตอนนี้มีอยู่หมื่นกว่าบาทเองเราต้องเอาตังค์ไม่ซ่อมรถมอไซต์ให้พี่เค้าเหมือนกัน คำที่ได้กลับมาคือ ให้เราไปหยิบยืมญาติ เพื่อน คนรู้จัก ไปกู้ ขายทุกสิ่งทุกอย่าง เค้าบอกว่าถ้าเป็นเค้า เค้าก็จะทำ ตามความเป็นจริงแล้วไม่ง่ายเลยนะค่ะ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย เราเลยบอกว่าชดใช้ให้ หมื่นนึงแล้วที่เหลือผ่อนได้ไหม เค้าบอกว่าไม่ได้ ชีวิตเค้าผ่อนไม่ได้ไม่ใช่สินค้า
 T^T เราได้แต่ร้องไห้ทำตัวไม่ถูก เราจนปัญญา เค้าบอกว่าเค้ามีภาระเยอะ เค้าต้องรับผิดชอบผ่อนรถผ่อนบ้านเลี้ยงครอบครัว
 
เราก็ได้แต่ขอร้องเราก็เลี้ยงพ่อแม่และหลานเหมือนกันเราก็มีแค่ตัวคนเดียว เราจะไปพึ่งที่บ้านได้ยังไงในเมื่อเราเป็นคนหาเงินมาจุนเจือที่บ้าน เค้าไม่เห็นใจเค้าบอกว่ายังไงน้องก็ต้องทำ อย่างน้อยพรุ่งนี้ก่อนพี่ออกจาก รพ.ก็ต้องเอาเงินมาให้ เงินเดือนก่อน เพื่อนพยาบาลที่นั่งอยู่รีบบอกว่า หวังว่าคงไม่ต้องโทรตามนะ
 
แฟนเราได้แต่ดึงเราให้ออกจากที่ห้องบอกว่ากลับเถอะๆ
 
แต่เราก็ขอร้องเค้าแล้วขอร้องอีกมันเลวร้ายขนาดนั้นเลยหรอความปราณีจากมนุษย์มันให้กันยากขนาดนั้นเลยหรอ ในที่สุดเราก็ออกจากห้อง ถ้าเรามีเราคงให้เค้าได้เราเข้าใจดีแต่เงินจำนวนนี้มันเกินกำลังเรา
 
วันต่อมาเค้าออกจากโรงพยาบาล แต่เราต้องทำงาน เรายังไม่ผ่านโปรลาหยุดไม่ได้ เราเลยโทรไปบอกน้องสาวเค้าว่าไปไม่ได้จริงๆ ค่ะที่โรงงานไม่ให้หยุด ยังพรุ่งนี้ไปเจอกันที่สน.เลยก็ได้ค่ะ นัดร้อยเวรไว้ T^T น้องเค้าเลยบอกพี่สาว อีกสักพัก พี่เค้าก็โทรมาบอกว่า นี่คนออกจากโรงพยาบาลไม่คิดจะรับรู้ค่ารักษาพยาบาลเลยหรอ พี่รู้สึกแย่กะน้องจริงๆนะ ไหนขอสายหัวหน้าหน่อยพี่จะคุยด้วย เราเลยบอกว่าหัวหน้าอยู่ที่อื่นเพราะหัวหน้าไม่ได้ประจำอยู่สาขานี้จริงๆ พี่เค้าเลยบอกว่านี่คงไม่ต้องถึงขนาดให้พี่ไปตามถึงที่โรงงานใช่ไหม หลังจากนั้นก็เข้าชม.ทำงานแล้ว ทุกเช้าจะต้องเรียกประชุมฉันได้แต่ไม่รู้จะทำไง ถ้าออกไปงานก็เสีย ดีไม่ดีไม่ผ่านโปรเป็นหนี้หัวโตอีก แล้วสักพักพี่พยาบาลก็โทรหาใครสักคนแล้วตัดสายไป ขึ้นพักสายนะค่ะหลังจากนั้นก็ไม่โทรมา
 
วันที่ 27 มิ.ย. เที่ยงก็เจอที่รภ. เรากับแฟนไปรับคนขี่รถมอไซต์ มาที่ รภ. เพราะขาเค้ากระดูกร้าวเราให้ค่าทำขวัญไป 2000 ตอนนั้นเรามีอยู่แค่นั้นจริงๆ พี่เค้าก็ใจดีไม่ถือสาเอาความแค่ให้เอารถไปซ้อมที่ศูนย์เท่านั้นถือว่ามันดีเท่าไรแล้วสำหรับเรา
 
ส่วนพี่พยาบาลพอไปเจอที่ รภ. เค้าก็เหมือนเดิมค่ะคือเจรจาแล้วแต่ไม่ยอมลงให้เลย เราพยายามบอกว่าเค้าว่าจะพยายามหยิบยืมมาให้พี่ 2หมื่นนะคะ พี่ช่วยหน่อยได้ไหมค่ะ แต่ผลคือก็ไม่ลดลงเลย แสนนึงยังไงหยั่งนั้นตำรวจก็เลยบอกว่า ว่ามันเป็นคดีอาญาต้องส่งศาล ติดคุกนะ และเราหาให้ได้มากกว่านี้ไหม เพราะเนี่ยเค้าบาดเจ็บสาหัสนะ คือที่ว่าสาหัสคือ ใบรับรองแพทย์บอกว่า จมูกหัก (ที่เห็นคือเลื่อนต้องไปงั๊กได้ยินตอนแรกบอกอย่างนั้น)ให้หยุด 40 วัน เราก็ได้แต่งงจาก  1 เดือนเป็น 40วันแล้วหรอนี่ .....